เรียนสูงไม่ใช่ประเด็น สำคัญ ที่ทำงานเป็น

5 ธ.ค. 2565 เวลา 19:05 By: TENFY

เรามักจะถูกสั่งสอนมาว่าการเรียนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในชีวิตปัจจุบันนั้นเราจะสังเกตได้ว่า

คนที่เรียนจบสูงบางคนก็ว่างงาน ไม่มีงานทำ ต่างจากคนที่มีประสบการณ์การทำงาน

มีความรู้ความสามารถการปฏิบัติ ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง มีความก้าวหน้าทางการงานมากกว่า

ประเด็นแรก คือ เรื่องการเรียน

ปัจจุบันการศึกษาเล่าเรียนเป็นเรื่องของผู้เรียนเพียงคนเดียว จะเรียนดีเรียนแ ย่

ก็อยู่ที่คนเรียนเองทั้งนั้น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือญาติพี่น้องทั้งหลาย

ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้

สถาบันการศึกษาที่เรียนจบมาก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ แล้วอยู่ที่ฝีมือตัวเองล้วน ๆ

เมื่อผลการเรียนออกมามีแนวโน้มว่าสามารถทำงานได้เก่งนะ

เพราะกว่าจะจบมันต้องฝึกฝนกันมากมาย

แต่ถ้าว่าอย่ างไรก็ตามการฝึกฝนในระหว่างการที่ศึกษาอยู่นั้น มันฝึกฝนและเรียนรู้

จากกรอบการศึกษาเมื่อทำผิดก็ทำใหม่ แก้ไขใหม่ จนกว่าจะดีขึ้น นั่นเป็นหลักการง่าย ๆ

ของการศึกษาที่เชื่อว่า

ทุ กคนที่ได้ศึกษาในรั้วมหาวิทย าลัยหรือในรั้วโรงเรียนก็เคยผ่ านกันมาทุ กคน

แต่อย ากให้ลองสังเกตดี ๆ ว่าในช่วงที่เราศึกษาอยู่ เมื่อไหร่ที่คิดผิด ทำผิด

เราจะถูกทำโท ษ

ด้วยการทำให้เห็นจากเกรดหรือผลการศึกษา ถ้าเรียนไม่ดีก็อาจติ ด F ในที่นี้คือ

การลงทะเบียนใหม่กับเด็ กรุ่นน้อง ๆ บางคนก็อับอายที่จะต้องเป็นพี่แล้วไป

เรียนกับรุ่นน้อง

ใครจะรู้ว่าชีวิตในวัยเรียนนั้นมีเรื่องเค รียด ป วดหัวเพียงไม่กี่เรื่อง นอกนั้นเป็นเรื่องสนุกสนาน

บางคนที่จบมาแล้วยังอย ากกลับเรียนใหม่เลย เพราะเมื่ออยู่ในรั้วมหาวิทย าลัย

นั้นได้เจอเพื่อน ๆ ได้อยู่กับเพื่อน ๆ

เวลาเรียน เวลาเลิก ก็ไปกับเพื่อน แต่เมื่อผลการศึกษาออกมาและเมื่อเราสำเร็จการศึกษา

เรียบร้อยแล้วเราก็ต้องจบจากการศึกษาเพื่อมาทำงานทำการ ซึ่งผลการศึกษาที่ผ่ านมานั้น

จะเป็นตัวพิสูจน์ต่อไปในช่วงชีวิตวัยทำงาน

ประเด็นที่สอง คือ เรื่องการทำงาน

เขาบอกกันมาว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของการทำงาน การทำงานของทุ กคนสามารถวัดได้ง่าย ๆ

โดยการวัดจากผลของงานที่ทำว่างานนั้นเกิดคุณค่าหรือประโยชน์แ ก่คนร่วมงาน

มากน้อยแค่ไหน นั่นแหละคือ คุณภาพของงานเมื่อพูดแบบนี้แล้วเราจะสังเกตได้ง่ายเลยว่า

ตอนเราเรียนไม่มีผลการวัดแบบนี้เลย การศึกษาที่ผ่ านมานั้นเป็นการเรียนรู้อะไรที่ทำไม่ได้

สอบไม่ผ่ านก็ทำใหม่ แต่จริง ๆ แล้วการทำงานนั้นไม่เหมือนแบบเรียนเลย

เมื่อเราทำงานที่ได้รับมอบหมายมานั้นถ้าเกิดความผิ ดพลาดอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง

ไม่ว่าจะเป็นการเสี ยเวลา เสี ยเงิ น เสี ยใจ หัวหน้างานตำหนิ เพื่อนร่วมงานไม่มีความเชื่อถือ

ทั้งหมดที่พูดมานี้คือความจริง คือโลกความเป็นจริงที่เจ็ บป วด

แต่ในทางกลับกัน มันก็อาจจะเป็นโลกที่มีความสุขเพราะเมื่อไหร่ที่เราทำงานสำเร็จ

คุณก็จะมีคุณค่าต่อผู้อื่นในวงกว้าง ถ้าสังเกตดี ๆ ก็เหมือนกับชีวิตในวัยเรียน

คือช่วงของโลกจินตนาการแต่ชีวิตในการทำงานมันเป็นโลกแห่งความจริง

มีคนเคยบอกว่าการที่เราประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นเพราะเราไม่หยุดการเรียนรู้ เพราะเมื่อไหร่

ที่ออกมาจากรั้วมหาลัยแล้วไม่มีคุณครูคอยบอกคอยสอนจะเป็นตัวเราที่จะได้ศึกษาจริง ๆ จัง ๆ

จะต้องเรียนรู้ทุ กอย่ าง เพราะนั่นมันคือผลได้ผลเ สียของเรา

ในทุ ก ๆ ครั้ง ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม จริง ๆ แล้วการศึกษาไม่ได้อยู่เพียงแค่ในรั้วมหาวิทย าลัย

เพียงอย่ างเดียวเราจำเป็นต้องศึกษาในทุ ก ๆ เรื่อง ศึกษาที่จะล้ มเหลวและปรับแก้ไขให้มันดีขึ้น

ไม่ให้มันผิดแล้วผิดอีกจนหาคุณภาพไม่ได้

ชีวิตของเรายังดำเนินต่อไปไม่ใช่แค่อยู่ในรั้วมหาวิทย าลัย จะต้องเรียนรู้ชีวิต การทำงานเราก็ต้องเรียนรู้

จะพัฒนาตัวเองให้ก้าวไปสู่จุดที่สูงที่สุด แต่ไม่ใช่จุดที่เราต้องเหยี ยบย่ำคนอื่นขึ้นมา แต่เราต้องพย าย าม

เรียนรู้และแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ให้ผ่ านไปให้ได้